May 7, 2013

คลื่นลมคงมีความสุขดี



คลื่นลมคงมีความสุขดี

ถ้าความคิดมีรูปร่างตัวตน
บ้านหลังนี้ก็คงจะคับแคบเกินไป
ฉันมานั่งอยู่ที่นี่
ก็เพื่อที่จะคิด

ถ้าความคิดสามารถทับถมลงในทะเล
ทะลแห่งนี้ก็คงจะตื้นเขินเกินไป
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นทะเลอยู่ไม่ไกล

คลื่นลมคงมีความสุขดี

บ้านริมทะเลเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกคน
จะมาเป็นหมู่คณะ
จะมาสองคน
หรือจะมาคนเดียว

วันนี้มันเหมาะสำหรับการมาคนเดียว
มันเหมาะสำหรับฉัน
มันเหมาะสำหรับทอดความคิดไปตามคลื่นลม
ฉันคิด พลางทอดสายตาไปตามคลื่นลม

คลื่นลมคงมีความสุขดี

มันพัดได้อย่างที่อยากพัด
ไม่มีเรื่องใดผิด ไม่มีเรื่องใดถูก
มันพัดเท่าที่ธรรมชาติจะให้มันพัด
คลื่นก็อยู่ของมัน ลมก็อยู่ของมัน

ฉันคิดไม่ได้อย่างที่อยากคิด
มีเรื่องที่ผิด มีเรื่องที่ถูก
ฉันคิดเท่าที่สังคมจะให้ฉันคิด
ฉันก็อยู่ของฉัน... แบบนี้

คลื่นลมคงมีความสุขดี

May 6, 2013

เธอเป็นกลางวัน ฉันเป็นกลางคืน



เรามองฟ้าเดียวกัน
โดยที่มันไม่เคยเหมือนกัน

เธอมองฟ้าเป็นกลางวัน
ฉันมองฟ้าเป็นกลางคืน

เธอมองฟ้าเพื่อที่จะออกไปเที่ยวเล่น
ฉันมองฟ้าเพื่อที่จะกลับมาพักผ่อน

เธออยากให้ฉันอยู่เที่ยวเล่นด้วยกัน
ฉันอยากให้เธออยู่พักผ่อนด้วยกัน

เธอเปิดตู้รองเท้าที่เต็มไปด้วยสตั๊ด
ฉันเปิดตู้รองเท้าที่เต็มไปด้วยส้นสูง

เธอถามฉันว่าจะมีส้นสูงทำไมเยอะแยะ
ฉันถามเธอว่าจะมีสตั๊ดทำไมเยอะแยะ

เธอเปิดตู้หนังสือที่เต็มไปด้วยนิตยสารกีฬา
ฉันเปิดตู้หนังสือที่เต็มไปด้วยนิตยสารแฟชั่น

เธอมองว่าวงการแฟชั่นควบคุมอาหารอย่างไร้เหตุผล
ฉันมองว่าวงการกีฬาควบคุมอาหารอย่างไร้เหตุผล

เธอเปิดตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหารสำเร็จรูป
ฉันเปิดตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหารที่ยังไม่ได้ปรุง

เธอเลี้ยงดูฉันโดยการเปิดฝาแล้วใส่ไมโครเวฟ
ฉันเลี้ยงดูเธอโดยการเปิดไฟแล้วใส่วัตถุดิบลงในหม้อ

เรายังคงมองฟ้าเดียวกัน
โดยที่ฟ้านั้นยังไม่เหมือนกัน

เธอเป็นกลางวัน
ฉันเป็นกลางคืน

May 5, 2013

กอดเวลา



เวลาดูจะมีหน้าที่มากมาย
เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เวลาเป็นสิ่งเยียวยา
เวลาเป็นคำตอบ

ภาระหนักอึ้งล้นมืออย่างนี้นี่เล่า
เวลาถึงไม่เคยเยียวยาฉันสักที
มัวแต่ไปสะสางงานอื่นหมด
มัวแต่ไปพิสูจน์เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของฉัน

หลายครั้งที่ฉันอยากถามเวลาว่า
เมื่อไรจะทำหน้าที่สักที
เมื่อไรจะถึงตาฉันบ้าง
เมื่อไรจะเยียวยาฉันบ้าง

เมื่อพยายามมาแล้วทุกวิถีทาง
ทำทุกสิ่งที่ควรทำและทำได้
แต่ยังไม่หายเจ็บปวด
เวลาเป็นความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่

ฉันคงเป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายล้านคน
ที่รอคอยให้เวลาช่วยเหลือ
ฉันได้แต่นึกกับตัวเองว่าอย่างน้อยก็อยากจะ
กอดเวลาเอาไว้ เผื่อจะเยียวยาหัวใจเราเร็วขึ้น

May 4, 2013

เราบนดาวดวงนั้น



ไม่คิดเลยว่าเป็นผู้ใหญ่มาก็หลายปี
ต้องมานั่งถามตัวเอง
ฉันเป็นใคร
ฉันทำอะไรอยู่
ฉันต้องการอะไรอีก
ฉันเชื่อในอะไรบ้าง
อะไรจริงแท้ อะไรสมมุติ
วันนี้แสงสลัวเป็นพิเศษ
เหมือนกับว่ามีคนปัดขี้เถ้าใส่ดวงอาทิตย์


การเดินทางเป็นไปอย่างเรื่อยเปื่อย
ในจักรวาลเหงาๆ นี้
คงมีเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันหมดคำถาม
เขาคือ "เจ้าชายน้อยของฉัน"
เรารู้จักกัน
โดยได้ยินเรื่องราวของกันและกันก่อน
เรานัดเจอกันที่ดาวดวงหนึ่ง
บทสนทนาแรกของเรา
เคลือบไปด้วยความสุข


ฉันเดินทางและหวังจะเจอใครสักคน
แล้ว "เจ้าชายน้อยของฉัน" ก็ปรากฏตัว
คุณเป็นใคร
คุณทำอะไรอยู่
คุณต้องการอะไรอีก
คุณเชื่อในอะไรบ้าง
อะไรจริงแท้ อะไรสมมุติ
เมื่อวานอึมครึมเป็นพิเศษ
คงเป็นเพราะที่ฉันถามออกไปแบบนั้น


ผมเป็นผู้ชายที่เกิดมาเพื่อคุณ
ผมกำลังขอคุณแต่งงาน
ผมต้องการให้คุณตอบตกลง
ผมเชื่อในความรักของเรา
สิ่งที่เรามีร่วมกันนั้นจริงแท้
สิ่งที่คนคิดว่าเรามีร่วมกันนั้นสมมุติ
"เจ้าชายน้อยของฉัน" พูดแค่นี้
ภาพของเขาที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
คือคำตอบทั้งหมดของชีวิต


วันนี้ฉันถามตัวเองแบบเดียวกัน
แต่คำตอบไม่สำคัญอีกต่อไป
การเดินทางที่เรื่อยเปื่อยจบลง
ในจักรวาลเหงาๆ นี้
มีเพียงคนเดียวที่ฉันจะรักหมดหัวใจ
ฉันตอบตกลง
เรายิ้มให้กัน
นึกถึงอนาคตที่เคลือบไปด้วยความสุข
นึกถึง "เรา" บนดาวดวงนี้


แต่งขึ้นล้อกับ "เงาบนดาวดวงนั้น" ของพี่หนวดหวาน  อันนี้

May 3, 2013

ลืมก่อนได้เปรียบ



ฉันถูกปลูกฝังมาว่าการลืมนั้นไม่ดี
แต่มันไม่ดีเสมอไปหรือ?
ฉันเป็นคนขี้ลืม
พ่อและพี่ชายของฉันเป็นคนขี้ลืม

ฉันใช้ชีวิตวัยเด็กโดยเชื่อมาตลอดว่าตัวเองขี้ลืม
แม่มักย้ำเช่นนั้นเสมอ
ฉันมีชีวิตมาจนวันนี้อย่างไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแม่ผิด
บางทีฉันอาจจะขี้ลืมจริงๆ

เธอยังโกรธพี่อยู่หรือเปล่า?” ปลายสายถามขึ้น
โกรธเรื่องอะไรกันคะ?” ฉันตอบคำถามด้วยคำถาม
ก็พี่ไม่ดีกับเธอไว้เยอะคำอธิบายนั้นทำให้ฉันแปลกใจ
มาบอกอะไรป่านนี้ ในเมื่อเราเลิกกันมาปีกว่าแล้ว

ถ้ามีคนผิด เราก็ผิดทั้งคู่ค่ะ
ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีใครผิดเลย
จำเป็นต้องมีใครผิดเหรอคะ?”
ฉันลงท้ายด้วยคำถาม

เจอกันวันนี้ พี่นึกว่าเธอฝืนใจ
เขาพูดอย่างที่เขาคิด
ไม่เลยค่ะ หนูลืมไปหมดแล้ว
ฉันพูดอย่างที่ฉันคิด

ฉันลืมไปหมดแล้วจริงๆ
ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเรื่องไม่พึงระลึกถึงไว้ในใจ
อย่าว่าแต่เขาเลยที่ไม่ดี
ตัวฉันเองก็ไม่ดี

ฉันจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
รู้แต่ว่าเราเลิกกันไม่ดี
แต่ยังต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน
ความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คบกันเลือนรางมาก

นี่สินะ ประโยชน์ของการลืม
การยึดมั่นต่ออดีตที่ไม่ควรยึดมั่นเป็นสิ่งไม่ควร
การจดจำสิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การจดจำมีแต่จะเกิดโทษ
นี่เขาคิดมาตลอดว่าฉันโกรธหรือนี่ รู้สึกผิดมาตลอดหรือนี่

หนึ่งปีที่ผ่านมาของฉัน
กับหนึ่งปีที่ผ่านมาของเขา
คงยาวนานไม่เท่ากัน
เพราะเขาไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น

เช่นนั้นแล้ว
การที่ฉันถูกปลูกฝังมาว่าการลืมนั้นไม่ดี
มันไม่ดีจริงหรือ?
ทั้งที่คนที่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนมีความสุขมากกว่า

กรณีนี้... ลืมก่อนได้เปรียบ

May 2, 2013

ชิงช้าในอก กระดานหกในใจ



เราต่างก็มีช่วงชีวิตหนึ่งที่โหยหาสนามเด็กเล่น
เครื่องเล่นต่างๆ ล้วนเย้ายวนใจ
เราเล่นสนุกโดยไม่สนใจว่าจะมีเพื่อนหรือไม่
ต้องแบ่งปันความสุขนี้กับใครหรือไม่

เราต่างก็มีเวลาตลอดชีวิตวนเวียนอยู่ในสนามเด็กเล่น
เครื่องเล่นเก่าบ้าง ใหม่บ้าง
เราเล่นสนุกบ้าง ไม่สนุกบ้าง
แบ่งปันบ้าง ไม่แบ่งปันบ้าง

เราต่างก็เดินวนเวียนอยู่ในสนามเด็กเล่น
ที่ที่เคยโหยหามาตลอดวัยเด็ก
เศษเหล็กเก่าๆ พังๆ
รวมตัวกันเป็นไม้ลื่นและบาร์โหน

ฉันเดินวนเวียนอยู่ในสนามเด็กเล่นเดิมๆ
ที่ที่ฉันคุ้นเคยมาตลอดชีวิต
เศษอดีตเก่าๆ พังๆ
รวมตัวเป็นแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย

เสียงหัวเราะดังมาจากทางโน้น
สองพี่น้องกำลังช่วยกันก่อปราสาททราย
รอยยิ้มเดิมๆ ปราสาททรายเดิมๆ
ทุกสนามเด็กเล่นต่างก็มีปราสาททรายของมัน

เสียงกรีดร้องดังมาจากทางนั้น
แย่งของเล่นกันอีกแล้วสินะ
ก็เรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ
ทุกสนามเด็กเล่นต่างก็มีปัญหาของมัน

เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่
ทั้งที่ดีและไม่ดี
ฉันเคยก่อปราสาททรายที่นี่
ฉันเคยถูกแย่งของเล่นที่นี่

ชิงช้าเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นโปรดของฉัน
ถ้าเราไม่ออกแรงแกว่งชิงช้า
มันก็จะไม่แกว่ง
ใจเราก็เหมือนกัน

เราต่างก็เคยนั่งชิงช้า
แกว่งเบาไปก็จะไม่สนุก
แกว่งแรงไปก็จะพลัดตกลงมา
ใจเราก็เหมือนกัน

ฉันนั่งชิงช้า
เคยแกว่งมันเสียแรง
พลัดตกลงมาก็หลายรอบ
วันนี้ฉันแกว่งมันเบาๆ พอให้เพลิดเพลิน

กระดานหกเป็นสิ่งที่ฉันชอบเล่นกับเพื่อน
เราเล่นเครื่องเล่นนี้คนเดียวไม่ได้
กระดานหกสอนให้เราแบ่งปัน
สอนให้เราถ้อยทีถ้อยอาศัย

เราต่างก็เคยนั่งกระดานหก
โล้ขึ้นลงสลับข้างกัน
ถ่วงความสนุกของเราไว้กับความสนุกของเพื่อน
ถ้าคนหนึ่งเลิกเล่น อีกคนก็จะพลัดตกลงมา

ฉันไม่นั่งกระดานหก
เพื่อนของฉันเลิกเล่นไปแล้ว
ฉันพลัดตกลงมา
วันนี้ฉันรอเพื่อนใหม่มาเล่นด้วยกัน

ฉันไม่ได้โหยหาสนามเด็กเล่นอีกต่อไป
แต่ยังต้องวนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้
ฉันไม่ได้ตั้งตารอเพื่อนใหม่ขนาดนั้น
แค่เรียนรู้ที่จะมีความสุขในที่แห่งนี้

ฉันแกว่งชิงช้าเบาๆ ... ยิ้มให้กับสนามเด็กเล่นที่ไม่มีใคร

May 1, 2013

นิทานกลางฝน




ฝนตกหนัก
ร่มไม่ช่วยอะไรคนเดินถนน 
ที่ปัดน้ำฝนไม่ช่วยอะไรคนขับรถ 
ทุกอย่างพร่ามัว 
ฉันมองไม่เห็นทาง 
มรสุมคงเป็นเรื่องปกติ 
พื้นเปียกจัง 
วันนี้ฝนตกทั่วกรุงเทพฯ สินะ 

ฝนตกหนัก 
ผ้าเช็ดหน้าที่ซับน้ำได้ดีไม่ช่วยอะไร 
เวลาที่ล่วงเลยไปไม่ช่วยอะไ 
ทุกอย่างพร่ามัว 
ฉันมองไม่เห็นทาง 
มรสุมชีวิตคงเป็นเรื่องปกติ 
พื้นแห้งจัง 
วันนี้ฝนตกแค่ในตาฉันสินะ 

แต่งขึ้นล้อกับ "นิทานกลางแดด" ของพี่หนวดหวาน
→ อันนี้

Instagram: @sweet_mustache
Twitter: @alotlike_me
Facebook: หนวดหวาน