April 24, 2013

โบก

หนอขับรถเป็นค่ะ
มีใบขับขี่
แต่ไม่มีรถ
บ้านอยู่ในแนวรถไฟฟ้า
ถ้าต้องไปไกลกว่าแนวรถไฟฟ้า
หนอจึงมักจะ โบก

วันนี้หนอก็ โบกอีกครั้งค่ะ
แต่เป็น Taxi แบบที่ไม่เคยเจอ
คุณคนขับยกมือไหว้สวยงาม
แนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
เขาบอกว่าเขาได้รับการอบรมมา
มีอะไรให้โทรแจ้งที่เบอร์ด้านหลังที่นั่งเขาได้


จะโทรเรียก ร้องเรียน แจ้งเหตุฉุกเฉิน
โทรไปเถอะครับ ได้หมด...เขายิ้มภูมิใจ
... จะร้องเรียน Taxi นอกเครือข่ายเราก็ได้
เขาดูมีความสุขที่ได้ประกอบอาชีพของเขาอย่างดีที่สุด
ฟังไปหนอก็นั่งนึกไปว่าวันนี้โชคดีจัง คุณคนขับใจดี



ใครต้องการเรียกใช้บริการ Taxi ลองโทรไปนะคะ

April 23, 2013

เพ้อ

หนอว่าหนอกำลังมีความรัก
ความรักในแบบที่ทั้งชีวิตไม่เคยมี
เกิดขึ้นชั่วข้ามวัน
และคงอยู่อย่างไม่คิดจะเหือดหาย
หนอรู้สึกไม่ชินเลย


ไม่นานมานี้หนอเริ่มรู้สึกแปลกๆ
หนอพบคนคนหนึ่ง
ที่จริงก็รู้จักกันมาสักพัก
แต่หนอไม่เคยได้สังเกตเขาให้ชัด
สังเกตว่าเขาดีขนาดไหน


สิ่งที่หนอรู้สึกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
วันวันหนอเฝ้ารอแต่เวลาที่จะได้เจอกัน
การรอคอยเขาเป็นเรื่องสนุกสนาน
ในหัวหนอมีแต่เขา
สิ่งรอบตัวก็ล้วนแต่ทำให้นึกถึง


เขาทำให้หนอเป็นคนที่ดีขึ้น
เขาทำให้หนอรักตัวเองเมื่ออยู่กับเขา
เขามีค่ากับหนอ
เห็นค่าของหนอ
เพิ่มค่าให้กับหนอ


นี่คือหนอกำลังเพ้ออยู่ใช่ไหม
มันคือความรักแน่ใช่ไหม
หนอรอเขามานานมากจริงๆ
แต่ถ้านี่คือสิ่งที่ต้องแลกด้วยชีวิต 27 ปี
มันก็คุ้มค่าที่ได้รอแล้ว


อยากรู้จักเขาแล้วใช่ไหมคะ
เขาคือ...





งานเขียน

April 22, 2013

เพื่อน

หนอว่าคุณสมบัติของคนที่เป็น เพื่อน
ต้องเห็น 2 ส่วน
เห็นว่า เราเป็นอย่างไร
และเห็นว่า เราเจออะไร


เราเป็นอย่างไร นี่คือ เราเงียบ โวยวาย
ตลก ขี้งอน กินจุ หรืออะไรก็แล้วแต่
เราเจออะไร นี่คือ เราสอบตก แม่ด่า
โดนผู้ชายหลอก เป็นหนี้ หรืออะไรก็แล้วแต่


หนอว่าเพื่อนคนหนึ่งต้องอยู่กับเรานานพอ
ที่จะเห็นเหตุการณ์ผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น
เห็นเราตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้น
เห็นเราเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์นั้น


หนอว่านิยามของ เพื่อนกินที่พูดกัน
คือ เพื่อนที่เห็นแต่ส่วนแรก
เห็นแต่ เราเป็นอย่างไร
แต่ไม่สนใจรายละเอียดอื่นๆ


บางคนอยู่กับเพื่อนแค่ช่วงเวลาที่ดี ที่ปกติ
แต่ไม่รับรู้ถึงช่วงเวลาที่แย่ ที่ผิดปกติ
ไม่ยอมรับเพื่อนใน Version ที่ถูกกระทบกระเทือน
จะร่างกายหรือจิตใจก็แล้วแต่... เหล่านี้คือ เพื่อนกิน


เพื่อนที่เห็นทั้งสองส่วน
หนอไม่อยากนิยามว่าเป็น เพื่อนตาย
แต่ก็ถือว่าเป็น เพื่อนที่พอใช้ได้
ถ้ามีอยู่ก็ควรเก็บไว้กับตัวนานๆ


หนอว่าคนเราก็มีอยู่แค่นี้
หนึ่ง สิ่งที่เรามีมาแต่แรก
สอง สิ่งที่มากระทบเรา
คนเราเติบโตขึ้นเพราะอย่างที่สอง


เพราะฉะนั้น คนที่เห็นว่า เราเจออะไร
หรือรวมไปถึง เราผ่านมันไปได้อย่างไร
นี่แล เพื่อนที่รู้จักเราจริง
นี่แล เพื่อนที่ควรเก็บไว้


เพื่อนบางคนเห็นเราที่เปลี่ยนไปแล้วตั้งคำถาม
ตั้งคำถามกับ เราเป็นอย่างไร
ตั้งคำถามกับไอ้ความเป็น อย่างไรของเรา
โดยที่ไม่เคยตั้งคำถามว่า เราเจออะไรมา ถึงได้เปลี่ยนไป


เพื่อนแบบนั้นดูเป็นเพื่อนที่เลือกรับแต่ เปลือกของเรานะ
หรือหนออาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป
ไม่หรอก... หนอมองแบบ Realistic พอสมควรนะ
เพื่อนบางคนคบแต่ เปลือกเพื่อนบางคนเป็น เพื่อนกิน


หนอว่าเพื่อนกินนี่ไม่เสียหายนะ มีได้ คบได้
แต่อย่าคาดหวังให้เขาอยู่ตลอดไป
สิ่งที่เราต้องทำ ไม่ใช่ไม่คบคนเหล่านี้
เพียงแต่ต้องแยกแยะให้ออกว่าใครคือเพื่อนกินบ้าง เท่านั้นเอง


ที่สุดแล้ว คือ เราต้องไม่พึ่งพิงเพื่อนจนเกินไป
ต้องคิดเอง พูดเอง ทำเอง เป็นตัวของตัวเอง
และไม่ว่าจะเจอเพื่อนมากี่ประเภท ดีหรือไม่ดี
เราต้องเป็นเพื่อนที่ดีต่อเพื่อน (ที่ดี) ของเราเสมอ

April 21, 2013

คุ้ม

คำว่า คุ้มนี่ดีเสมอไปหรือเปล่าคะ?


หลายครั้งที่เรากลายเป็นเหยื่อการตลาด
จ่ายเงินเพิ่มนิดหน่อย ได้ของเพิ่มมาก
ซื้อหนึ่ง แถมหนึ่ง


ทุกอย่างที่ คุ้มนี่ดีเสมอไปหรือเปล่าคะ?


หลายครั้งที่เรา เหมาโหลถูกกว่า
จ่ายเงินตามโปรโมชั่น
ซื้อเกินจำเป็น


เมื่อไรที่ คุ้มคือ ไม่คุ้ม?


หนอเป็นคนไม่เลือกกินค่ะ
ใช้วิธีกินเท่าที่อยาก
แล้วมาออกกำลังกายทีหลัง
โชคดีที่หนอไม่ใช่คนที่โหยหา อาหารขยะ
นานๆ ทีจะกินเสียที
นานๆ ของนานๆ ทีนั้นอีก ถึงจะ จ่ายเพิ่ม
เพิ่ม ... บาท ได้ ... ไซส์ใหญ่    เป็นต้น
หนอไม่ค่อยเป็นเหยื่อการตลาดลักษณะนี้นะ
เพราะหนอต้องมาออกกำลังกายทีหลัง
กินเยอะ ยิ่งต้องออกกำลังเยอะ
จ่ายเพิ่มแล้วกินไม่หมด กินเกินจำเป็น
จะจ่ายไปทำไมล่ะ ใช่ไหม?
หนอไม่ได้หมายความว่าคนที่ จ่ายเพิ่ม
ทำผิดหรืออะไรนะคะ
แต่บางอย่างมัน ไม่คุ้ม


แม่เราเป็นระเบิดเวลา...
เพื่อนสนิทหนอพูดขึ้น
ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวกันอยู่
คำพูดนั้นทำให้หนอชะงัก
... แม่เราอ้วนมาก
ชอบดื่มน้ำอัดลม
ชอบกินจุบจิบ
ชอบซื้อแพ็คใหญ่ราคาขายส่ง
ไม่เคยควบคุมอาหาร
ไม่เคยตรวจร่ายกาย
ไม่ฟังคำเตือนใดใด
เพื่อนสนิทคนนั้นขยายความ
ระหว่างที่เรานั่งกินอาหารไขมันเต็มกันอยู่
คำพูดนั้นทำให้หนอชะงัก
บางอย่างมัน ไม่คุ้ม


หนออยากให้คิดถึงความ คุ้มให้น้อยลงสักหน่อย
เพราะมันมีบางอย่างที่ประเมินค่าไม่ได้
สุขภาพประเมินค่าไม่ได้


อย่าให้วันที่รู้ว่า ไม่คุ้มเป็นวันที่สายเกินไปเลยนะคะ

April 20, 2013

ขอบ

หนอไม่ค่อยได้ฟังวิทยุ
วันก่อนนั่งรถไปกับพี่ชาย
บังเอิญเป็นช่วงรายการฮิตพอดี
… Club Friday
ตัวหนอเองไม่เคยได้ฟัง Club Friday หรอก
พี่ชายเสียอีกที่ฟังบ่อยกว่า
ซึ่งบ่อยในที่นี้ก็คือฟังมากกว่าหนอ
แต่ไม่ได้ติดตาม เพราะเขาบอกหลายคำถามมัน ไม่ได้เรื่อง


ไม่แปลกที่พี่ชายไม่อยากจะเสพ Drama
รายการนี้ดังเพราะกรณีต่างๆ ที่โทรเข้ามา
หลายกรณีฟังดูเหลือเชื่อ
หลายกรณีฟังดูไร้สาระ
สิ่งที่ทำให้หนออยากยกมาเขียนใน Blog นี้
ไม่เกี่ยวกับกรณีใดเป็นพิเศษ
แต่มีตรรกะหนึ่งที่หนออยากเขียนถึง
เพราะมันเกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน


ฟังอนาคตของชาติบางคนพูดแล้ว... สิ้นหวังนะพี่ชายเปรย


หนอว่าชีวิตคนเราต้องมี ขอบ นะ
คือต้องมีคนที่เป็น ขอบ
แล้วก็ต้องมี แก่น
ต้องมีคนที่เป็น แก่น
ในเรื่องความสัมพันธ์ก็เช่นกัน
หลายครั้ง คนที่คบกับแฟนมานาน
มักยก ครอบครัวและ/หรือ สังคมร่วมมาอ้าง
สร้างความชอบธรรมให้การมีอยู่ของตัวเองเวลาถูกบอกเลิก


หนออยากเขียน Blog นี้เพราะเรื่องนี้
ครอบครัวและ สังคมร่วมเป็นแค่ ขอบ
สุดท้ายแล้ว คนสองคนในความสัมพันธ์
ต้องตัดสินจากความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น
มีคนเคยบอกหนอว่า ในกรณีที่คบกันมานาน
การเลิกกันเป็นเรื่องที่ความรอบข้างรับไม่ได้
ก็จริงอยู่ ไม่มีใครอยากให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น
แต่ ความรอบข้างไม่มีสิทธิ์รับไม่ได้นะ


พวกเขาเป็นแค่ ขอบ


ปัญหาของชีวิตหลายเรื่องเกิดขึ้น
เพราะไม่ลำดับความสำคัญให้ดี
เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน
เรื่อง ขอบและ แก่น
แต่ก็ไม่ใช่ว่า ขอบไม่สำคัญ
ครอบครัวและสังคมร่วมสำคัญเสมอ
สำคัญ... แต่ต้องไม่ สำคัญตัวผิด
ในเมื่อความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสอง(สาม)คน


หลายครอบครัวเข้ามามีส่วนตัดสินใจกับหลายเรื่อง
แต่ถ้าหากความสัมพันธ์ใดจะจบลง
ครอบครัวไม่ควรเข้าไปกดดันเลยนะ
กดดันให้คบต่อ กดดันให้เลิก ไม่ควรทั้งนั้น
และคนในความสัมพันธ์เอง
ก็ต้องไม่ยกครอบครัวมาอ้าง
ไม่ยกครอบครัวมากดดันอีกฝ่าย
จะเหมือนเป็นการหลอกตัวเองกลายๆ ซึ่งไม่ควรเลย


คนที่รักเพียงคนเดียวควรเป็นเหตุผลที่มากพอจะให้เขาอยู่
แต่ถ้าไม่มากพอ ก็ปล่อยเขาไป


จะเลิกรากัน ก็ต้องเลิกรากันอย่างเข้าใจนะคะ
ขอให้ทุกคนมี ขอบและ แก่นที่แบ่งแยกกันชัดเจนค่ะ

April 19, 2013

คู่

คู่ของฉันมีจริงไหม?
คู่ของฉันเป็นใคร?
คู่ของฉันปรากฏตัวหรือยัง?
เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับหมอดู


เพื่อนคนหนึ่งของหนอที่เป็นหมอดูเคยบอกไว้ว่า
คนเราร้อยทั้งร้อยอยากรู้เรื่องความรัก
แต่มักจะถามเรื่องอื่นๆ ก่อน พอให้เป็นน้ำจิ้ม
เหมือนกับอายที่จะถามเรื่องความรักโต้งๆ


ความจริงแล้ว หมอดูสามารถชี้ตัว คู่ได้หรือ?
เท่าที่หนอคลุกคลีกับหมอดูมา หนอพบว่าไม่ใช่นะ
แล้วคนเราคาดหวังคำตอบแบบไหนกัน?
ผู้ชายที่เจอที่สี่แยกไฟแดงเมื่อเช้านี้ไง คู่เธออย่างนั้นเหรอ?


หนอพบว่าการระบุ คู่มักยึดโยงกับ ช่วงเวลามากกว่า
ว่าเจอในช่วงนั้นช่วงนี้ของชีวิต
ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะ Fixed คนด้วยนะ
มันจะเป็นใครก็ได้


คนที่ใช่แต่มา ผิดช่วงเวลาก็คือยังไม่ใช่
เหมือนตัวตลกที่ออกมาผิดคิว ก็ไม่ขำ ก็เท่านั้น
ถ้าเวลาผ่านไปและยัง ใช่อยู่ ก็จะเจอกันเอง
ถ้าเวลาทำให้ ไม่ใช่คู่ก็จะกลายเป็นอีกคน


คู่จะเป็นใครแน่ ไม่มีใครรู้หรอก
อาจจะเป็นคนเดิมๆ ในชีวิต
อาจจะเป็นคนใหม่ๆ ในชีวิต
หรืออาจจะเป็นคนเดิมที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่ ก็เป็นได้


คนนี้เขามีเกณฑ์เจอคู่ช่วงนั้น
ถ้าเขาไม่เจอคุณ เขาก็จะเจอคนอื่น
คือสิ่งที่หนอเคย (แอบ) ได้ยิน
อืม... มันเป็นอย่างนั้นเองเหรอ


ถ้าไม่ใช่คู่ สุดท้ายก็หลุดไปเอง
จะคบนานแค่ไหน ดูรักกันอย่างไร
ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ถึงเวลาก็รู้ อย่าไปคิดอะไรมาก
อืม... ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น


คนเรามาเจอกันได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มันต้องมีเหตุ แต่จะเข้าใจเหตุนั้นได้หรือเปล่า
นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องไปเข้าใจหรอก
อืม... นั่นสินะ


สุดท้าย เราอาจจะไม่ได้มองหา คนที่ใช่นะ
เราอาจจะมองหา คนที่อยู่ถูกที่ถูกเวลาก็ได้
เป็นอย่างนั้นไหม?
โชคชะตาคงมี Timing ของมัน



เราทำได้แค่รอ จังหวะนั่นแล
อย่าไปคิดอะไรมาก
คู่ก็คือ คู่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร
ไม่ต้องไปเข้าใจหรอก

April 18, 2013

หมอ

วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย อาจารย์บอกว่า
พวกเราเป็นเป็ด...


นักรัฐศาสตร์เป็นเป็ด... รู้อย่างเป็ด
บินบนฟ้าก็บินไม่ได้อย่างนก ว่ายน้ำก็ว่ายไม่ได้อย่างปลา


พวกเรารู้ไปทุกเรื่อง แต่ไม่รู้ลึกสักเรื่อง
แล้วพวกเราจะจบไปเป็นอะไรล่ะ?


ไอ้เป็ดก็เป็ดนั่นล่ะนะ
แต่ก็ได้ชื่อว่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ เท่จะตาย


เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
พวกเราหลายคนคงคิดแบบนั้น


และเพื่อตอบคำถามเดิม อาจารย์บอกว่า
พวกเราเป็นหมอ... พวกคุณจะจบไปเป็นหมอ...


หมอของโลก...อาจารย์บอก
พวกคุณจะจบไปเป็นหมอของโลก


จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มชัดเจน
พวกเราจะจบไปเป็นหมอของโลก


ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ตรงกับสิ่งที่เรียนหรือไม่
พวกเราจะต้องทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น


หนอไม่สามารถบรรยายวิธีทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้หรอก
แต่ก็อีกนั่นแล มันจำเป็นด้วยหรือ?


หนอว่า คนเราเยียวยาโลกได้หลายวิธีนะ
ขั้นแรกเลยคือไม่ทำอะไรแย่ๆ ก่อน


จากนั้นก็คือทำอะไรดีๆ
ซึ่งดีในที่นี้คือดี เพื่อส่วนรวม


แล้วสุดท้ายก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรอก
มันคือหน้าที่ของทุกๆ คน หน้าที่ของส่วนรวม


ทุกวันนี้โลกเราวิกฤตนะ
... ขาดแคลนหมอ


ดูเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีใครอยากเป็น
... ใครจะอยากเสียสละ


หนอว่า ใครๆ ก็เป็นหมอได้นะคะ
... หมอของโลก


ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร
... มาเป็น หมอกันเถอะค่ะ